ถอดสูตรสำเร็จ ‘จีน’ผงาด ‘เบอร์หนึ่ง’ อีวีโลก

ธุรกิจส่วนตัว

ตลาดยานยนต์ไฟฟ้าจีนลงหลักปักฐานแน่น อะไรคือสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้บริโภคเห็นประโยชน์ของรถยนต์อีวี มากกว่ามองมาตรการจูงใจทางการเงิน จนส่งผลยอดขายแกร่ง ไปได้ดีทิ้งห่างคู่แข่งอย่างสหรัฐ

เว็บไซต์เจแปนไทม์ส รายงานว่า ปีนี้หนึ่งในสี่ของรถใหม่ในจีนจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้าทั้งคันหรือรถไฮบริดปลั๊กอิน บางคนประเมินว่า บริษัทผลิตยานยนต์ไฟฟ้า (อีวี) ในจีนมีกว่า 300 บริษัท ไล่ตั้งแต่ให้ส่วนลดจนราคาเหลือไม่ถึง 5,000 ดอลลาร์ไปจนถึงรุ่นไฮเอ็นด์แข่งกับเทสลาและรถยนต์จากเยอรมนี ส่วนสถานีชาร์จมีราว 4 ล้านจุดทั่วประเทศ มากกว่าปีก่อนถึงสองเท่าและจะมีมาเพิ่มอีก

ขณะที่ตลาดอีวีอื่นๆ ยังคงพึ่งพาการอุดหนุนและแรงจูงใจทางการเงินอย่างหนัก จีนเข้าสู่เฟสใหม่ที่ผู้บริโภคกำลังชั่งน้ำหนักระหว่างคุณธรรมในการใช้อีวีกับรถใช้น้ำมันและพิจารณาราคาโดยไม่ได้คำนึงถึงการสนับสนุนจากรัฐมากนัก

หากเทียบกับสหรัฐถือว่าล้าหลังจีนอยู่มาก ปีนี้สหรัฐเพิ่งผ่านเกณฑ์สำคัญยอดขายรถใหม่ต้องเป็นรถอีวี 5% ซึ่งจีนผ่านเกณฑ์นี้มาตั้งแต่ปี 2561 แม้แต่มาตรการจูงใจชุดใหม่ของสหรัฐก็ก่อให้เกิดคำถามว่ามีประสิทธิภาพลดปัจจัยลบต่อยานยนต์ไฟฟ้าได้เพียงใด เช่น รอสินค้านาน ซัพพลายมีจำกัด และราคาสูงทั้งนี้ จีนใช้เวลานานกว่าสิบปีให้การอุดหนุน ลงทุนระยะยาว และสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพื่อวางรากฐานตลาดอีวีของตนให้เริ่มยืนด้วยตนเองได้

ธุรกิจส่วนตัว

นายทู เล กรรมการผู้จัดการ บริษัทที่ปรึกษาชิโนออโตอินไซต์ในกรุงปักกิ่ง กล่าวว่า ขณะนี้การแข่งขันและความเป็นพลวัตกำลังขับเคลื่อนตลาดจีน ไม่ใช่การอุดหนุนจากรัฐบาล “ในจีนเราถึงจุดที่แข่งขันกันเรื่องราคาและฟีเจอร์ ดังนั้นจึงไม่ใช่การอุดหนุน ตลาดอีวีจีนกำลังโดดเด่น”

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ประกาศเมื่อปี 2557 ว่า การพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าเป็นหนทางเดียวที่จีนจะแปลงโฉม “จากประเทศยานยนต์ขนาดใหญ่ไปเป็นมหาอำนาจยานยนต์” เพื่อเน้นย้ำความฝันนี้ จีนตั้งเป้าเชิงรุกว่าภายในปี 2568 ยอดขายรถใหม่ต้องเป็นอีวี 20% ซึ่งดูเหมือนจีนทำได้เกินเป้าในปีนี้ก่อนกำหนดสามปี

นอกจากเป็นตลาดอีวีใหญ่สุดแล้วจีนยังเป็นตลาดโตเร็วที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ปีนี้คาดยอดขายเพิ่มขึ้นสองเท่ามาอยู่ที่ราว 6 ล้านคน มากกว่าส่วนที่เหลือของโลกรวมกัน

ในบรรดา 10 แบรนด์อีวีขายดีสุดของโลกครึ่งหนึ่งเป็นแบรนด์จีน นำโดย BYD ซึ่งครองส่วนแบ่งตลาดโลกเป็นรองเฉพาะเทสลาเท่านั้น  BYD เริ่มขนส่งรถไฟฟ้าของตนไปต่างประเทศแล้ว และไม่ใช่แค่ยอดขายรถเท่านั้นที่กำลังไปได้สวยในจีน ผู้ผลิตแบตเตอรีจีนอย่าง CATL และ BYD คือผู้เล่นใหญ่สุดในอุตสาหกรรม ขณะที่รัฐบาลปักกิ่งยังควบคุมการเข้าถึงวัตถุดิบสำคัญอย่างเหนียวแน่น

ความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าอันแข็งแกร่งเป็นความหวังท่ามกลางเศรษฐกิจจีนซบเซา จากปัญหาวิกฤติในตลาดอสังหาริมทรัพย์และนโยบายโควิด-19

ในแผนกระตุ้นเศรษฐกิจจีนกล่าวว่าจะทุ่มเงินให้กับอีวีต่อไป เดือน ก.ย.รัฐบาลปักกิ่งประกาศขยายมาตรการยกเว้นภาษีให้ยานยนต์พลังงานใหม่ไปจนถึงปี 2566 ด้วยงบประมาณ 1.4 พันล้านดอลลาร์ แทนการปล่อยให้หมดอายุไปตามกำหนดในปีนี้

นอกจากนี้ แต่ละเมืองยังมีมาตรการจราจรหนุนอีวี เช่น ในเฉิงตู มหานครทางตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ ห้ามรถยนต์ดั้งเดิมใช้ถนนในบางวันเพื่อลดความแออัดและมลพิษ แต่อีวีวิ่งได้ทุกวัน ทั้งยังจอดฟรีสองชั่วโมงแรกในลานจอดรถสาธารณะ ในเซี่ยงไฮ้ รถใช้น้ำมันต้องเจอค่าทะเบียนแพง ทะเบียนรถใหม่ในเซี่ยงไฮ้เกือบ 100,000 หยวน (14,000 ดอลลาร์) ในเมืองหลิ่วโจว ทางการอนุญาตให้เจ้าของรถอีวีขับในช่องบัสเลนได้ และจอดรถฟรี

อีวีจากบริษัทผลิตรถยนต์รายเดิมมักถูกมองว่าเป็นรถหรู ขณะที่แบรนด์จีนราคาไม่แพง เช่น อู่หลิงหงกวงมินิ รถแฮตช์แบ็ก 4 ที่นั่ง คันละ 4,500 ดอลลาร์ เป็นอีวีขายดีสุดของจีนในปี 2564 ผลิตโดยบริษัทร่วมทุนระหว่างเจเนอรัลมอเตอร์สกับบริษัทรถยนต์จีน SAIC และอู่หลิง

ข่าวแนะนำ : ผู้เชี่ยวชาญแนะเคล็ดลับสู่ความสำเร็จแก่นักธุรกิจรุ่นใหม่ “เตรียมความพร้อมรับการเปิดตลาดของธุรกิจในปี 2023”